• โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร Sakonnakhon Hospital

  • ที่อยู่ : 1041 โรงพยาบาลสกลนคร ถ.เจริญเมือง ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร 47000
  • โทรศัพท์ : 04 271 1615
Untitled Document

ตรวจสุขภาพประจำปี โรงพยาบาลศูนย์สกบนคร

การบริจาคโลหิต

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  ในเวลานอนปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต
  2. สุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาปฏิชีวนะใดๆ เช่น ยาแก้อักเสบ ต้องหยุดยาแล้วอย่างน้อย 7 วัน 
  3. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันสูง ภายใน 6 ชั่วโมง ก่อนมาบริจาคโลหิต ได้แก่ ข้าวมันไก่  ข้าวขาหมู   เพราะจะทำให้พลาสมามีสีขาวขุ่น  ไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้
  4. การดื่มน้ำก่อนบริจาคโลหิต 30 นาที ประมาณ 3-4 แก้ว ซึ่งเท่ากับปริมาณโลหิตที่เสียไปในการบริจาค จะทำให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และช่วยลดภาวะการเป็นลมจากการบริจาคโลหิตได้
  5. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  6. งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

ขณะบริจาคโลหิต 

  1. สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
  2. เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
  3. ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
  4. ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการ ผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที
  5. หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อยนอนพักบนเตียง 5-10 นาที ก่อนลุกจากเตียง  อาจทำให้เวียนศีรษะเป็นลมได้ ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง

หลังบริจาคโลหิต

  1.  พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่มที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการ และนั่งพักอย่างน้อย 15 นาที   ให้ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1 วัน
  2.  ไม่ควรรีบร้อนกลับ ควรนั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที
  3. หลีกเลี่ยงการขึ้นลงลิฟต์ บันไดเลื่อน อาจทำให้รู้สึกวิงเวียนและเป็นลมได้ 
  4. ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อซ กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
  5. หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ ไม่ใช้กำลังแขนที่เจาะบริจาค เช่น ยกของหนัก  เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังการบริจาคโลหิต  
  6. ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาทิ การเดินซื้อของ อยู่ในบริเวณที่แออัดหรืออากาศร้อนอบอ้าว เป็นต้น 
  7. ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน
  8. หลังจากบริจาคโลหิต ให้รับประทานอาหารตามปกติ ไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยโลหิตที่บริจาค    
  9. รับประทานธาตุเหล็กวันละ 1 เม็ด จนหมด ชดเชยเหล็กที่เสียไปจากการบริจาคโลหิต และป้องกันการขาดธาตุเหล็ก เพื่อให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างสม่ำเสมอ 
  10. การรับประทานธาตุเหล็กบำรุงโลหิต พร้อมกับเครื่องดื่มที่มีวิตามินซีสูง เช่น น้ำส้ม น้ำฝรั่ง หรือน้ำมะเขือเทศ  จะทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี   ยกเว้นชาเขียว เพราะจะไปขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก

การบริจาคเกล็ดเลือด (Single Donor Platelets)
เกล็ดเลือด (Platelets) คือ ส่วนประกอบของโลหิตช่วยทำให้เลือดแข็งตัว และช่วยอุดรอยฉีกขาดของเส้นเลือด เกล็ดเลือดมีอายุสั้น เก็บได้เพียง 5 วัน ในร่างกายของคนเราจะมีเกล็ดเลือดประมาณ 1- 5 แสนตัว/ลูกบาศก์มิลลิลิตร ในกรณีที่มีเกล็ดเลือดต่ำจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่าย 
การบริจาคเกล็ดเลือด  สามารถบริจาคได้ทุก 1 เดือน โดยใช้เครื่องแยกส่วนโลหิตอัตโนมัติ (Cell Separator Device) ผู้บริจาคจะถูกเจาะเลือดที่แขนข้างหนึ่ง เครื่องจะปั่นแยกเกล็ดเลือดไว้โดยคืนส่วนอื่นกลับสู่ร่างกาย ใช้เวลาบริจาคประมาณ 2 ชั่วโมง และต้องเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ 22 องศาเซลเซียส พร้อมกับมีการเขย่าเบาๆ ตลอดเวลา 
ผู้ป่วยที่ต้องได้รับเกล็ดเลือดในการรักษา  มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่ต้องใช้เกล็ดเลือดในการรักษา เนื่องจากไขกระดูกสร้างได้น้อย เช่น โรคไขกระดูกฝ่อ ลิวคีเมีย  เป็นต้น  รวมทั้ง ผู้ป่วยที่สูญเสียเกล็ดเลือดจำนวนมากจากการเสียเลือด เช่น ผ่าตัดใหญ่ ผ่าตัดหัวใจ ตกเลือดในการคลอด อุบัติเหตุ   เป็นต้น   
คุณสมบัติผู้บริจาคเกล็ดเลือด

  1. เพศชายอายุ 18-60 ปี
  2. บริจาคครั้งแรก อายุไม่เกิน 50 ปี
  3. น้ำหนัก มากกว่า 55 กิโลกรัมขึ้นไป 
  4. มีค่าเกล็ดเลือด >2 แสนตัว :โลหิต 1 ลูกบาศก์มิลลิลิตร ก่อนบริจาคจะขอเจาะโลหิตเพื่อตรวจนับจำนวนเกล็ดเลือดก่อน)
  5. เป็นผู้ที่มาบริจาคโลหิตชนิดโลหิตรวม ที่โรงพยาบาลสกลนคร อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน  
  6. มีเส้นเลือดที่ข้อพับแขน มองเห็นชัดเจน
  7. ไม่กินยาแก้ปวดแอสไพรินก่อนบริจาค 5 วัน

วัน เวลาทำการบริจาคโลหิต
วันจันทร์ - ศุกร์ (ไม่หยุดพักกลางวัน) เวลา 08.30-15.30 น.
วันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดราชการ (หยุดพักกลางวัน) เวลา 08.30-15.30 น.
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเวลาราชการที่ ห้องรับบริจาคโลหิต โรงพยาบาลศูนย์สกลนครโทร.042-711615 ต่อ 1070

ผู้รับผิดชอบ
จุฑารัตน์